ร้องเพลงกับโปรแกรม Kristal

posted on 16 Oct 2010 09:25 by 66kisara99 in DTM

ต่อด้วยการรีวิวโปรแกรม Kristal...  

 

ก่อนอื่นบอกก่อนว่า Kristal เนี่ย เป็นโปรแกรมฟรีแวร์ที่ค่อนข้างเหมาะสำหรับคนอยากดั๊บเพลง... (ร้องเหมือนคาราโอเกะนี่แหล่ะ) คนที่ชอบดูนิโกะนิโกะโดกะหัวข้อลองร้องเพลงหรือ 歌ってみた คงจะพออิมเมจได้ว่าต้องทำอะไรบ้าง 

 

  

หากจะเริ่มดั๊บเพลงเป็นครั้งแรก Kristal เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะไม่มีฟังก์ชั่นเกินเลยมาให้เราปวดกบาล แต่ก็มีพร้อมทุกอย่างที่จะให้เราร้องเพลงได้แบบมืออาชีพ... ใครจะเล่นก่อนอื่นไปดาวน์โหลดมาก่อนที่ http://www.kreatives.org/kristal/

 

  

ดูตรงแถบบาร์สีน้ำเงินจะมีหัวข้อ Download คลิกแล้วก็ดูที่ Public Download เช็คเสป็คดีๆแล้วก็โหลดมาซะ (โปรแกรมแค่ 3.15 MB เท่านั้น)

 

  

โหลดแล้วก็ install ใส่เครื่องเรา คงทำกันเป็นทุกคน

 

  

ทีนี้ก่อนจะใช้โปรแกรมนี้... ขอแนะนำให้ไปโหลด effect กันมาเพิ่มไว้ก่อนจะเริ่มเพื่อความพร้อม... effect คืออะไร? Effect ก็คือฟังก์ชั่นแต่งเสียงแบบต่างๆให้ดูพร้อมมากขึ้น บางคนอาจจะบอกว่าเสียงดีอยู่แล้ว หยิ่ง... ไม่ต้องแต่ง... แต่ในความเป็นจริงมันต้องมีการใส่อะไรนิดหน่อยบ้างเพื่อความโปร แต่งแบบ natural make นิดๆหน่อยๆให้กับงาน เพราะบอกตามตรงว่าถ้าเราร้องเพี้ยนมาก เสียงไม่ได้ effect ก็ช่วยเราไม่ได้... ไม่มีประโยชน์อะไรเลยอยู่ดี... -_-;

 

  

จริงๆแล้วในคริสตัลเองก็มี effect ประมาณนึงให้เราเล่น ก็ลองดูก่อนก็ได้ ใครไม่พอใจ effect ในโปรแกรมค่อยไปดาวน์โหลดเอา ถ้าใช้แล้วโอเคก็ไม่ต้อง ในที่นี้จะขอแนะนำ effect ที่ใช้อยู่แล้วกัน โหลดมาเยอะๆก็เท่านั้น...

 

  

1. effect chainer : ตัวนี้ไม่ได้เป็น effect โดยตรง แต่จะช่วยให้เราใส่ effect ได้หลายตัวขึ้น (โปรแกรม Krystal จะอนุญาตให้ใส่ effect ในแต่ละ track ได้แค่ 2 ตัว ถ้าจะใส่มากกว่านั้นต้องใช้ตัวนี้) http://www.acondigital.com/us_Downloads.html ดาวน์โหลดตัวสุดท้ายที่เขียนว่า effect chainner ฟรีเช่นเคย

 

  

2. Kjaerhusaudio :เป็นแพคเกจมาเลย  http://www.kjaerhusaudio.com/classic-series.php ดาวน์โหลด effect ของ Classic series แล้ว install ไว้ในเครื่อง จะใช้ได้เลย 

 

ขั้นตอนการดั๊บเพลง

 

 

  

1. เตรียมไฟล์เพลง

 

  

เริ่มกันโดยการเตรียมไฟล์ก่อน... คือจะร้องเพลงก็ต้องมีไฟล์เพลงแบบไม่มีเนื้อร้องก่อน... ให้ลอง search ตาม youtube ว่ามีไฟล์เพลงที่เราต้องการเป็นแบบไม่มีเนื้อร้องไหม โดยการใส่คีย์เวิร์ดคำว่า Karaoke, カラオケ, instrumental, Offvoice หรือ Offvocal อะไรก็ตามแต่หลังชื่อเพลงที่เราต้องการ ถ้าเป็นเพลงที่มาจาก Vocaloid ส่วนใหญ่จะมี... 

 

  

ถ้ามีก็ดาวน์โหลดมาเป็นไฟล์เพลง Mp3 หรือ Wav มาเก็บไว้ในคอมเราซะ (ถ้าจะใช้โปรแกรม Krystal ทำ แนะนำให้เตรียมไฟล์เป็น Wav เพราะเปิด mp3 ไม่ได้... ใช่แล้ว ข้อเสียของโปรแกรมนี้ก็คือใช้ได้แต่ไฟล์ Wav และ export ออกมาได้แต่ .Wav ดังนั้นจะกินเนื้อที่มาก)

 

  

ถ้าไม่มีไฟล์ Wav ก็ไปดาวน์โหลดโปรแกรมแปลงไฟล์ มาแปลงไฟล์ของเราให้เป็น Wav ก่อน... ใครต้องการอะไรลองไปดูที่นี่ http://www.eusing.com/Download.htm มีทั้งโปรแกรมดาวน์โหลดไฟล์จาก youtube, โปรแกรมแปลงไฟล์ บลาๆๆ

 

  

** สำหรับคนที่อยากโหลดไฟล์วีดีโอจากในนิโกะนิโกะหรือยูทูบมาเก็บไว้ แนะนำ craving Explorer (เป็นภาษาญี่ปุ่น คนในนิโกะนิโกะชอบใช้กัน) ใครอยากได้ก็ไปดาวน์โหลดที่ http://www.crav-ing.com/download.html

 

  

แต่ถ้าหายังไงก็ไม่เจอไฟล์เพลงที่อยากร้องแบบคาราโอเกะ ก็ไปดาวน์โหลดโปรแกรมตัดเสียงร้องมาใช้เอา เสริชคำว่า Vocal Reducer หรือ Vocal Remover มีเยอะแยะให้เลือกเอา... (แต่ต้องทำใจว่าเสียงมันจะขุ่นๆ และใช้ไม่ได้ถ้าต้นฉบับไม่ได้ถูกอัดมาในระบบ Stereo)

 

  

อีกทางเลือกนึงคือ... โหลดไฟล์ที่เป็นพวกเปียโนหรือ instrumental ที่มีคนเล่นไว้ เช่นเล่นเปียโน กีตาร์ (เลือกคนที่เก่งๆหน่อยล่ะ)

 

 

 

  

2. โยนไฟล์เพลงลงไปใน Krystal

 

  

หน้าตาของ Krystal จะเป็นเช่นนี้

 

  

 

 02

 

 

  

เปิดไฟล์เสียงเพลงที่เตรียมไว้ (อย่าลืมว่าต้องเป็น Wav) แล้วก็ drag ใส่กันง่ายๆอย่างนี้เลย

 

 03 

 

 

แดรกกันง่ายๆอย่างนี้ล่ะ 

 

 

 

  

ส่วนใหญ่โบว์จะโยนลงไปใน track 2 (Waver2) เพราะจะเก็บ track แรกไว้ใส่เสียงร้อง อันนี้เป็นความถนัดส่วนตัวไม่ใช่อะไร

 

  

ปกติแล้วไฟล์เพลงจะเป็นระบบ Stereo ไฟล์ ส่วนไฟล์เสียงร้องจะเป็น Mono

 

  

 04

 

 

 

 

  

3. อัดเสียงเลย

 

  

จะไม่อธิบายการทำงานของฟังก์ชั่นหรืออะไรทั้งนั้น ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าลองทำเลย!! ทำไปตามนี้เดี๋ยวเข้าใจเอง อะไรเหลือๆก็ไปแตะๆเล่นๆเอง เดี๋ยวเป็น

 

  

จะเอาเสียงใส่ใน Waver 1 ก็กดเครื่องหมายอัดเสียงของ Waver 1 ไว้ จะกลายเป็นสีแดง แสดงว่าพร้อมอัด

 

 

 05

 

 

 

  

** สังเกตว่าปุ่มแสดงการ connect ก็จะถูกกดไปด้วย ปุ่มนี้ใช้ connet waver ต่างๆเข้าด้วยกัน ถ้าเรากดอีกครั้ง connect ก็จะหลุด เช่นเราอยากฟังแต่เสียงร้องไม่เอาเสียงดนตรีก็กด connect เสียงดนตรีใน waver 2 ออก

 

  

 

 

  

ที่เห็นสีส้มๆแปลว่าไมค์ใช้ได้อยู่ (คงรู้อยู่แล้วเนอะว่าควรใช้ audio interface แล้วก็ฝึกไมค์ performance??) <-- ไม่รู้ก็บอกได้นะคะ วันหลังจะได้มาเขียนถึง m(_ _)m

 

  

จากนั้นก็กดปุ่มอัดเสียงที่คอนโซล Transport จะเริ่มอัดเสียงทันที จะหยุดก็กดปุ่ม stop (เหลี่ยมๆ)

 

  

06 

 

  

เสียงจะเข้าไปใน Waver 1 อย่างที่เห็น

 

07 

 

 

ตอนนี้ Waver 1 คือเสียงร้องของเรา ส่วน Waver 2 ก็คือเสียงดนตรี

 

  

 

  

ที่แถบบาร์ของ Waver จะมีอุปกรณ์ต่างๆให้เราใช้แก้ไข อย่างกรรไกรนี่เอามาตัดส่วนที่เราไม่ต้องการออก

 

08  

 

 

  

ลูกศรนี้เอาไว้เลือกส่วนที่เราต้องการ สามารถเลือกแล้วกด Delete ลบออกไปได้ หรือ Drag เลื่อนเสียงให้ตรงกับส่วนเพลงที่ต้องการได้

 

  

 

09 

  

ลูกศรหมุนๆนี่คือ History เอาไว้แก้ความผิดพลาดเวลาตัดผิด ลบผิด

 

  

10 

 

  

ส่วนใหญ่ก็ใช้ประมาณนี้...

 

 

 

  

4. ใส่ effect

 

  

หลังจากเช็คดูแล้วว่าเสียงเรากับทำนองตรงกันไม่มีผิดเพี้ยน (จะอัดใหม่กี่รอบก็ได้ หรือเพี้ยนบ้างปล่อยไป ช่างมัน...) ก็มาทำการใส่ effect กัน หนังสือญี่ปุ่นแนะนำให้ใส่ดังนี้ (ไม่ได้แต่งเองแต่ประการใด) Normalize>> Compressor>>Equalizer>> Reverb>> Mastering >> Export (ทำเหมือนกันไม่ว่าคุณจะใช้โปรแกรมอื่นเช่น Cubase, Reaper)

 

  

ในความเป็นจริงโบว์ก็ไม่ได้ใส่หมดน่ะนะ แต่เอาตามหนังสือบอกมาแนะนำแล้วกัน -_-; 

 

  

4.1 Normalize

 

คือการทำให้เสียงดังขึ้นโดยการขยายคลื่นเสียง ถ้าใน Cubase จะมีคำสั่งใน Audio แต่สำหรับใน Krystal ทำได้ง่ายๆโดยการแดรกเส้นเสียงเลย

 

  

ก่อนแดรก

 

  

11 

 

  

เอาเม้าส์จับเส้นตรงที่เห็นแล้วก็แดรกขึ้นไป

 

  

12 

 

  

หรือจะปรับเสียงจากใน Mixer ก็ได้ ดูให้ตรง Waver แล้วก็เลื่อนขึ้นเลื่อนลง

 

13 

 

 

ปรับเสียงได้เหมือนกัน ดูด้วยนะ Waver ไหนที่ต้องการปรับ

 

 

  

4.2 Compressor

 

คอมเพรสเซอร์มีไว้ทำไม? ตอบง่ายๆคือ เอาไว้ขยายเสียงให้ดังขึ้น... แต่ต่างจาก Normalize ตรงที่คอมเพรสเซอร์จะขยายเสียงเบาให้ดัง ส่วนเสียงที่ดังอยู่แล้วจะไม่ค่อยขยาย

 

 

วิธีใส่ก็... ดูที่ Mixer เลือก Waver ที่เราร้องเพลงไว้ (ในกรณีนี้คือ Waver 1)

คลิกเลือก Classic Compressor

 

  

14 

 

  

ปรับตามอัธยาศัย... แต่ตรงที่วงไว้ให้ควรจะเลือกอะไรที่เกี่ยวกับ Vocal

 

  

15 

 

 

 

  

4.3 Equalizer

 

เป็นการปรับคลื่นเสียงให้หนักหรืออ่อนเพื่อเปลี่ยนเสียงให้เป็นแบบต่างๆ อันนี้โบว์ไม่ได้ใช้... ใครจะใช้ก็กดตรงนี้

 

 

 

16 

 

จะมีหน้าต่างนี้ออกมา

 

  

17 

 

  

คลิกดูจะมีเสียงเตรียมไว้ให้ประมาณนึง เช่นเสียงเหมือนเวลาคนพูดโทรศัพท์เป็นต้น... ก็สะดวกเหมือนกัน

 

 

 

  

4.4 Reverb

 

รีเวิร์บใส่ทำไม? อธิบายง่ายๆก็คือ เหมือนเวลาเราไปคาราโอเกะแล้วมันจะมีเอ็คโค่ประมาณนึงเพื่อให้เสียงดูเข้ากับเพลง อีรีเวิร์บนี่ก็ประมาณนั้นน่ะแหล่ะ

 

  

ไปที่ Mixer ยังเหลือที่ใส่ effect อีกตัว คลิกเลือก Classic Reverb (ใครต้องการใส่ effect มากกว่า 2 ตัว ตรงนี้ให้เลือก Effect Chainner ต้องไปดาวน์โหลดมาก่อน ดาวน์โหลดที่ไหน ทำยังไงกลับขึ้นไปอ่านข้างบน)

 

  

18 

 

  

คลิกเลือกแล้วจะมีคอนโซลโผล่มา ปรับๆเอาหรือจะเลือกเอาจากที่เค้ามีก็ได้ จะมีพวกเสียงร้องแบบร้องใน hall, ร้องในห้องน้ำ, ร้องในส้วม (อันนี้ไม่มี)

 

19  

 

 

ส่วนใหญ่โบว์จะใส่ default และปรับลดให้เหลือแค่นิดเดียว ไม่ชอบเสียงก้อง... 

 

 

4.5 Mastering

 

  

อันนี้โบว์ไม่เคยทำเหมือนกัน... ถามว่าทำไมต้องทำ Mastering ก่อน... คือสำหรับคนที่ต้องการจะเอาไปอัดเป็น CD ขายเนี่ย ถ้าทำตามที่ว่ามาเฉยๆเสียงมันจะเล็กกว่าตามท้องตลาด เลยต้องมาทำการ Mastering ให้เป็นเสียงดังสุดกันก่อน จุดประสงค์หลักๆคือทำเพื่อให้เพลงทั้งหลายใน CD แผ่นเดียวกันมันเสียงพอๆกันด้วย...

 

  

ใครจะทำก็ทำเหมือนเดิม คือคลิกช่องใส่ effect แล้วก็เลือก Classic Master Limiter แต่โบว์ไม่ได้ใช้เลยไม่มีรูปให้ดูนะ (สำหรับคนที่ช่องใส่ effect เต็มแล้วต้องใช้ effect chainerแล้วนะ)

 

  

แนะนำการใช้ effect chainer แล้วกัน... เลือกมาแล้วจะได้เจอกับคอนโซลแบบนี้

 

 

20  

 

 

คลิกตรงบาร์สีน้ำเงิน>>VST>>Plugin แล้วก็เลือก effect ที่ต้องการใส่

 

 

อันนี้ลองทำให้ดูเฉยๆ ไม่ได้ให้ใส่ตามนี้นะ... @_@;

 

 

 

5. Export

 

 

เสร็จแล้วก็ export file ออกมา

 

  

ก่อนอื่นต้องเลือกก่อนว่าเราจะให้มัน export ตั้งแต่ตรงไหนถึงตรงไหน กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดจบด้วยการกด Ctrl + Click ที่จุดเริ่มต้นกับจุดจบของเพลง

 

21  

 

 

  

22 

 

 

 

  

จากนั้นเลือก File>> Export mixdown

 

 

 

23  

 

 

  

เลือกที่เก็บไฟล์ ไฟล์ที่ได้จะเป็นไฟล์ Wav

 

 

   

** สำหรับคนที่จะเอาไปใส่กับไฟล์ VDO ก็ไปทำในไฟล์ตัดต่อวีดีโอต่อ (อาจจะใช้ Window Video Maker ก็ได้) 

   
  

สุดท้ายก็จะได้แบบนี้ออกมา... วิธีรวมไฟล์เสียงกับไฟล์วิดีโอไว้ว่ากันทีหลัง เอาเป็นว่าคราวนี้มิกซ์เพลงอย่างเดียวก่อนละกัน... 

 

 

モザイクロール ร้องตั้งแต่เดือน 8 ลงเป็นตัวอย่างเฉยๆค่ะ m(_ _)m

 

 

   

Comment

Comment:

Tweet

เว~ ตามตั้งแต่บล็อกที่แล้ว เหมือนชี้ทางให้เราซึ่งไม่รู้จะเริ่มยังไงดี /พราก  ,ขอบคุณมากค่ะ บทความดีมาก!! เข้าใจง่ายด้วย

#4 By Kami Mochi'Pasta on 2014-10-04 10:25

ขอคุณมากนะคะ กำลังวิธีการดั๊บอยู่

#3 By 36miwaku36 on 2011-09-29 13:13

ก็ว่าอยู่ว่าหายไปไหน ก็นึกถึงบล็อกนี้อยู่เหมือนกัน แต่ลืมไปแล้วว่าบล็อกอะไร(ซะงั้น)

ขอบคุณสำหรับบทความนะครับ

#2 By เตวิรัน(kairyuramon) on 2011-06-01 17:28

อืม เป็นฟรีแวร์ที่เจ๋งมากเลยครับ ดีกว่า Audicity ซะอีก
โหลดมาใช้แทนเลยดีกว่า

#1 By リリース on 2010-10-16 13:07